O a M J a I iii 的个人资料~ + ~ อ้ อ ม จ า ย ย ย ...照片日志列表更多 工具 帮助
2月28日

หมู่เกาะสุรินทร์

 

เริ่มจากวันแรกของการเดินทางออกจากกรุงเทพฯโดยการออกเดินทางไปกับ ภูเก็ตทัวร์ รถทัวร์ออกเวลา หกโมงสี่สิบห้า ที่สายใต้ใหม่สอง  ขนาดออกจากบ้านตั้งแต่ สี่โมงกว่า เกือบห้าโมง โน้นค่ะ ฝ่ารถติดไปที่สายใต้ใหม่สอง โอ้ว พระเจ้าจอร์ช มันยอดมากกก อุปสรรคเรื่องรถติดยังไม่จบ เรื่องเวลาก็เข้ามาแทรก

แล้วก็ดันลงสะพานผิด โน้นคะโน้น ต้องเดินย้อนกลับมาใหม่เลย เกือบไม่ทันเวลารถออก แต่ก็มาถึงได้โดยสวัสดิภาพ พ่อก็โทรมาถามนะ ว่าได้ขึ้นรถยัง ถ้ายังจะวนรถกลับมารับใหม่ .... แล้วก็นอนอยู่บนรถหนึ่งคืน

มาถึงท่ารถที่คุระบุรีตอนตีห้า เจอทัวร์ของ บ.SABINA รอรับลูกทัวร์อยู่ ก็เลยซื้อตั๋ว เรือ พร้อมกับตั๋วรถขากลับกับเค้าซะเลย เสร็จแล้ว ทางทัวร์ก็พาไปส่งที่ท่าเรือคุระบุรี เอาตั๋วเรือ พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่ของบ.ทัวร์ แนะนำว่าให้เช่าอุปกรณ์ดำน้ำของเค้าไปเลยดีกว่า แถมเค้าลดราคาให้อีก จากเดิมที่ราคา 50 บาท ต่อชิ้น ต่อวัน เค้าก็ลดให้เหลือ 3 วัน 200 บาทถ้วน พอทำการเช่าอุปกรณ์กับรับตั๋วเรือวเสร็จก็ออกมาซื้ออาหารเช้าเรากินข้าวหมกไก่ทอด ส่วนพี่สาวเรากะเพื่อนเค้าเลือกกินข้าวเหนียวไก่ทอด พอกินเสร็จก็รอเวลาเรือออก ขาไปจอง Speed Boat ไปเกาะ ใช้เวลา ชั่วโมงครึ่ง เท่าน้านก็ถึงจุดหมายปลายทางของ เรา ไปถึงเกาะแล้ว กรี๊ด ฟ้าสวย น้ำใส สมกับการรอคอยมาหลายเดือน    

 

พอไปถึง ก็รอเวลาจะได้เข้าไปเก็บของเพราะว่าเจ้าของห้องเดิมออกไปดำน้ำเพราะงั้นเราก็ต้องรอ

ระหว่างที่ทำการเช็คอินน้าน เจ้าหน้าที่อุทยานก็จะอธิบายเรื่องการใช้ไฟว่าเค้ามีไฟให้ใช้เป็นเวลาในห้องพัก ส่วนถ้าพักเต้นท์จะมีแค่ถึง 4 ทุ่มเท่าน้าน แล้วถ้าจะเช็คเอ้าท์ให้บอกก่อนล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเวลาสองทุ่ม แล้วก็เรื่องการไปดำน้ำ ทริปนี้เราไปกันเอง ไม่ได้ซื้อทัวร์แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้บริการเรือเมล์ของเกาะ เที่ยวละ 80 บาท ต่อคน ต่อเที่ยว ส่วนการซื้อของไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือ ของที่ระลึก จำเป็นต้องซื้อคูปองก่อนเท่านั้น ร้านค้าสวัสดิการ เปิดถึง สองทุ่ม ส่วนร้านอาหาร ครัวจะเปิดตอนเช้าเวลา 7.30 กลางวัน 12.00 และเย็นตอน 18.30 มีอาหารแบบตามสั่ง และอาหารชุด หากจะสั่งอาหารชุด ต้องสั่งล่วงหน้า เช้า ชุดละ 80 กลางวัน 170 และเย็น ชุดละ 200 ต่อคนต่อชุด

 

วันแรกที่ไปดำ โปรแกรมของช่วงบ่ายวันน้านคือ อ่าวแม่ยาย หินกอง และ อ่าวเต่า ไม่อยากจะบอกว่า เป็นครั้งแรกเลยที่เราดำเองโดยไม่มีคนพาไป เนื่องจาก เราว่ายน้ำไม่เก่ง เพราะฉะนั้นเราจะไม่มั่นใจตัวเองเลย ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน เราเคยไปดำน้ำที่เกาะกูด กับเกาะเหลาเหลียง ทริปนั้นๆเจ้าหน้าที่รีสอร์ท เป็นคนพาไปทั้งสิ้น พอมาทริปนี้ ไม่มีคนนำ เราก็เลยต้องดำเอง โชคดีเนื่องจากวันนี้น้ำนิ่ง คลื่นไม่มี เราก็เลยชิลชิล ก่อนไปไม่ได้ศึกษาเลยด้วยซ้ำว่ามีปลาอะไรบ้าง พอไปถึง ก็เลยไม่รู้ว่า ไอ้สิ่งที่เห็นเนี่ยมันคือปลาอะไร รู้แต่ว่า มี นีโม่ กับดอลลี่ ปลานกแก้ว เท่าน้านเอง วันนี้พอดำน้ำเสร็จกลับบ้านพัก อาบน้ำ ตั้งใจว่าจะไปเดินดูพระอาทิตย์ตกกัน แต่ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวกัน ก็เลยทำให้ช้า แล้วก็เส้นทางที่เดินไปเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพราะฉะนั้น ก็เลยคิดว่า อย่าดีกว่า ไว้ค่อยไปกันอีกวันแล้วกัน วันนี้ขอบาย

 

วันที่สองตอนเช้านี้สถานที่ที่จะไปคือ อ่าวสุเทพ เกาะมังกร หรือ เกาะปาจุมบา และ อ่าวไม้งาม ไปถึงที่แรกเลย อ่าวสุเทพ คุณพี่เจ้าหน้าที่บอกว่า ให้ว่ายเข้าไปดูทางด้านนั้น เพื่อนพี่สาวเราลงไปคนแรก ตามด้วยเรา เพราะพี่สาวเราจะถ่ายรูปตอนอยู่ในน้ำให้ พอลงไป หงะ ช่วยด้วย เค้าว่ายไม่ไปอะ ยิ่งว่าย มันยิ่งออกไปอะ

แง .... ตกใจมากมายเลย สุดท้ายตะกุยน้ำเข้าหาเรือ เหนื่อยนะ คือมันยิ่งว่าย ยิ่งออกไปอะ กว่าจะเกาะเรือได้พี่บนเรือถามว่าเราว่ายน้ำเป็นไหม เราก็เลยบอกว่า เป็นแต่ไม่คล่องเท่าน้านเอง พี่เค้าก็เลยบอกว่า ให้ไปเกาะที่บันไดไว้ อย่าเกาะที่ตัวเรือ เพราะเด๋วอาจจะทำเรือคว่ำได้ ช่วงเช้านี้ขวัญกระเจิงแล้ว ไม่กล้าดำเองเลย ก็เลยต้องให้เจ้าหน้าที่พาดำ พร้อมกับคุณลุงใจกล้า ที่บอกกับคุณป้าว่า ไม่ลงไม่ได้หรอก ก็มาถึงแล้วยังไงก็ต้องลง ... คุณลุงช่างใจกล้าจริงเชียว

 

หลังจากดำตอนเช้าจบ กลับเข้าที่พัก กินข้าว รอดำรอบบ่ายตอนบ่ายสอง ตอนรอกินข้าวอยากบอกว่า คนอย่างเยอะเลยอะ ไม่รู้ว่ามาจากไหน เยอะมากกกก กว่าจะได้ บ่นกะเจ้าหน้าที่อุทยานไปหลายรอบเลย แต่ก็เห็นใจพวกพี่ๆเค้านะ คือ เจ้าหน้าที่น้อย แต่นักท่องเที่ยวไปซะเยอะเลย พอกินเสร็จก็รอเรือไปดำน้ำรอบบ่ายต่อ บ่ายนี้ไปเกาะตอริล่า กับ อ่าวผักกาด ไฮไลท์ ของที่นี่คือ ปลาฉลาม แล้วก็เช่นเคย ไปกับพี่ๆกลุ่มเดิม แล้วเราก็ให้เจ้าหน้าที่เกาะพาดำ บ่ายนี้เจ้าหน้าที่ไม่พอ พี่เจ้าหน้าที่ที่ห้องอาหารเลยเป็นคนพาดำ คุณพี่ขา ให้เรากะลุง เกาะชูชีพ คนละด้าน แล้วก็ใช้นิ้วเกี่ยวพาไป โอ้ว มายด์ก๊อดดดด ชีวิตอิช้านฝากไว้กะคุณพี่นะคะ .... แต่ไปกะเจ้าหน้าที่ก็ดีนะ ได้เห็นปลาอะไรแปลกๆเยอะแยะไปหมดเลย พี่เค้าก็ชี้ให้ดูน้านดูนี่

ส่วนที่อ่าวผักกาด คุณพี่ขาใช้ห่วงยางค่ะ แล้วก็ ปล่อยเชือกยาว ให้เรากะลุงได้ว่ายไปได้เรื่อยๆ ประทับใจจังเลย คุณพี่ขา ชี้ให้ดูปลากุเลา 1 ฝูงใหญ่ อือ น่าจับมาทำปลาเค็มมากมาย ดำน้ำวันนี้เห็นปลาเก๋า เยอะมากก ปลานกแก้วอีก เยอะนะ เห็นแล้วไม่น่าจับมากินเลยอะ ดำเสร็จ พี่ป้อม ก็เลยชวนไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกัน นัดแนะกันแล้วว่า เจอกันสัก สี่โมงครึ่ง ว่าแล้ว ขบวนนักเดินสำรวจก็พร้อม สมาชิกก็มี พี่ป้อม (ผู้นำทาง) พี่ไก่ พี่อุ๊ พี่กันต์ พี่บาส แล้วก็อ้อม เป็นเส้นทางสุดหินมากมายยย ไอ้ตอนเดินเราก็คิดว่าใกล้ๆ แค่ 2 โล เท่าน้านเอง ก็เดินๆ คือ กลัวว่าขากลับมันจะมืดด้วยหละ เพราะว่า เป็นเส้นทางป่าท้างน้านนนน ช่างน่ากลัวดีแท้ พอได้ยินเสียงคน เราก็คิดว่า ถึงแล้ว หาดไม้งาม แต่ที่ไหนได้ ป่าวเลย คนเดินสวนทางกันมา เฮ้ย เดินจนเหนื่อยเลย ... น้านๆ เห็นแล้วทรายสีขาว พร้อมกับเสียงคน ถึงแล้ว เย้ .... ป่าวเลย ถึงแค่อ่าวกระทิง ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารเรือตั้งบ้านพักอยู่ พวกพี่ๆทหารเรือก็เลยชวนให้ดูลูกเต่าทะเล

พี่เค้าบอกว่า มันออกมาทั้งหมด 94 ฟอง แต่ฟักเป็นตัวแค่ 3 ฟอง แล้วเค้าพามันออกไปว่ายน้ำเมื่อวานนี้ แล้วก็หายไป 1 ตัว หาไม่เจอ ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ 2 ตัว แล้วที่นี่ก็ไม่มีบ่อพักลูกเต่าด้วย ให้มันอยู่ในถัง โธ่ มิน่า อีกตัวพอได้ลงทะเล เลยหนีไปเลย ดูเสร็จก็เดินต่อ จนสุดท้าย เย้ๆ ถึงแล้วจริงๆ หาดไม้งาม

แต่ ไมมันเงียบเชียบอย่าง งี้หละ ป้ายนะมี แล้วก็มีบอกไว้ว่า อีก 200 เมตร ถึงหาดไม้งาม ก็เลยเดินๆเข้าไป .... หาดไม้งามสวยกว่าช่องขาดเยอะเลยนะ เพราะทรายยังเป็นทรายสีขาวละเอียดอยู่ ลมเย็น น้ำอุ่นๆ ไม่เย็นเหมือนที่ช่องขาดด้วย เราก็เลยลงไปดำๆดู แต่ก็ไม่กล้าออกไปไกลมากมาย สักพัก ก็เลยกลับดีกว่า เพราะว่า กลัวว่าถ้าอยู่ต่ออีก มันจะมืด แล้วเดินกลับเส้นทางสำรวจธรรมชาติลำบาก ขากลับ แวะดูพระอาทิตย์ตกที่อ่าวกระทิงกันด้วย น่าอิจฉาพี่ๆทหารเรือนะ ได้ดูพระอาทิตย์ตกกันทุกวัน ....

 

วันสุดท้ายนี้ไปดำแค่ 2 ที่ คือ เกาะสตอร์ค กับ อ่าวจาก วันนี้ตื่นมากินข้าว ระหว่างรอข้าวอะ ก็ช้ามากมาย เรากับพี่อุ๊ก็เลยไปเปลี่ยนชุดกัน แล้วให้พี่บาส กับ พี่กันต์ กินข้าวไปก่อน พอกลับมาก็พอดีได้กินข้าวกัน แล้วก็ผลัดกันไปเปลี่ยน วันนี้ออกเดินทางก็ งงๆ นะที่อยู่มีพี่ทหารเรือ โดดขึ้นมาบนเรือด้วยกัน 2 นาย เราก็เลยคุยขำขำกะพี่อุ๊ว่า เออ เราเป็นคนไทยนะ ไม่ช่ายพวกหลบหนีเข้าเมือง เค้าร้องเพลงชาติได้นะเอออ...วันนี้คลื่นลมแรงมากเลย เราบอกพี่อุ๊นะว่า ถ้าน้ำแรงอย่างงี้เราลงไม่ไหวนะ เราจะขออยู่บนเรือ พอไปถึงเกาะสตอร์ค พี่ๆทหารเรือก็แนะนำหละ แล้วก็บอกให้ลงทุกคน เพราะว่าไม่ง้านอยู่บนเรือท่านจะเมาเรือ เราอะ ไม่กล้า แต่ก็ต้องลงอะ พอลงไปได้ กรี๊ดค่ะ คลื่นมันซัดอะ แรง แทบร้องไห้ กลัวนะค้าบเพ่น้อง มะช่ายมะกลัว คลื่นขนาดนี้ แล้วก็ยิ่งว่ายน้ำไม่แข็งด้วย เกิดน้ำพัดไปจะทำไงว่ะ นู๋กลัว นู๋จะกลับขึ้นเรือ ลงก็เลยต้องใช้บริการคุณพี่ทหารเลย คุณพี่เค้าก็พาดำดูโน้น ดำดูนี่นะ แต่ ด้วยความที่คลื่นมันแรงมากมายย เราก็เลยกินน้ำทะเลไปซะหลายอึกเลยเกรงใจพี่เค้านะ พาดำ ก็ต้องหยุดให้เราหายใจสำลักน้ำอีก  แต่ไปกะพี่เจ้าหน้าที่เค้าชอบพาไปน้ำลึกๆอะ แบบ มองข้างล่างเห็นแต่สีน้ำเงินเข้มแล้วอะ ถ้าเราคนเดียวเราไม่ไปนะ น่ากลัว น้ำก็เย็นด้วย ก็เลยบอกพี่เค้าว่า ขอกลับเรือแล้วดีกว่า พี่เค้าเลยถามว่า เรือเบอร์ไร เพราะตอนเค้าโดดขื้นเรือ ไม่ได้ดูนะว่าเบอร์ไร เราก็บอก พี่เค้าก็พาว่ายหา อือ ดี มีคนนำทาง ไม่ต้องทำอะไรเลย กินแรงพี่เค้ามากมายเลยนะเนี่ย ฮา....พอกลับเรือได้ ก็เลยนั่งพัก พอครบคน เรือก็ออก แต่ พี่ผู้ช่วยนู๋หายไปซะแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหน แล้วก็พอถึงอ่าวจาก เราก็ไม่กล้าลงนะ แต่พี่อุ๊บอกว่า น้ำนิ่ง ลงมาได้ เราก็เลยลงไป ก็หาพี่ผู้ช่วยไม่เจอแล้วอะ เพราะง้าน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ดำน้ำเองก็เห็นโน้น เห็นนี่เยอะนะ แต่ก็แต่ก็ไม่กล้าว่ายไปไกลมากอะ จนสำลักน้ำทะเลหละ พี่ผู้ช่วยถึงว่ายเข้ามา แล้วเค้าก็พาดำดูโน้นดูนี่ อือ แปลกนะ พวกนี้ ชอบพาไปน้ำลึกๆอะ กลัวนะ มะช่ายมะกลัว แล้วพอถึงน้ำลึก คุณพี่หายไปไหนค้าบ นู๋กลัวนะค้าบ ก็เลยว่ายๆเข้าหาน้ำที่พอมีแสงส่องลงไปอะ แล้วก็สำลักน้ำอีกครั้ง พี่เค้าก็เลยถามว่า น้ำทะเลมันอร่อยมากเหรอ เห็นกินเข้าไปจังเลย พอกลับขึ้นเรือ มันก็รู้สึกปั่นปวนท้องนะ เหมือนจะให้อาหารปลาเลยอะ มีพี่ที่กลับขึ้นมาก่อนก็เป็น แต่คุณพี่ทหารบอกว่า อย่าให้นะค้าบ เด๋วปลาเสียนิสัย หาอะไรเองไม่ได้ หุหุ อยากให้นะ แต่มันไม่ยอมออกมาว่ะ ... พอกลับมาถึงที่พัก ก็รีบอาบน้ำอะ เพราะว่าวันนี้จองเรือกลับออกไปตอนบ่ายโมง แล้วก็รีบกินข้าวกัน ระหว่างรอเรือ ก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปหมู่พร้อมกับขออีเมล์พี่ไก่ สหายที่ไปเจอกันที่เกาะสุรินทร์ พร้อมกันนี้ยังได้ที่อยู่ของลุงกะป้ามาด้วย ลุงกะป้าบอกว่า อย่าลืมส่งรูปกลับมาให้ด้วยนะลูก ... พอเสร็จทุกอย่าง ปรากฏว่า เรือใหญ่เข้ามาไม่ได้เพราะน้ำลง ทางโน้นก็เลยให้นั่งเรือสปืดโบ้ทกลับ กว่าจะได้นั่งกลับนะ คิดว่า สงสัยคงได้อยู่ต่ออีกวันแน่ๆเลย ก็มันบ่าย 3 กว่าเข้าไปแล้ว แล้วก็ได้ขึ้นเรือเป็นกลุ่มสุดท้ายด้วย แย่มากมาย ดีนะ ที่มีที่นั่งเหลืออยู่

 

ขากลับนี้ เราใช้บริการรถของอีกบริษัท เราว่าบริษัทนี่ดีกว่า วันที่เรามาอะ เพราะฉะนั้น คราวหน้าไป ต้องใช้บริการของบริษัทนี้แน่นอน ทริปนี้ได้ความประทับใจกลับมาด้วย เราบอกกะพี่อุ๊ไว้แล้วหละว่า ปีหน้าไปกันใหม่อีกนะ หมู่เกาะสุรินทร์ แล้วเราคงได้ไปอีก ...